วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554

รักทรหด

เมื่อคิดจะเล่าเรื่องรัก...
"ลุงแดงกับป้าน้อย" คือคู่รักคู่แรกที่ผมนึกถึง 
ผมควบม้ากระป๋องด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง 
เพื่อมุ่งตรงไปยังสุขุมวิท และเลี้ยวซ้ายตัดเช้าถนนบางนา-ตราด

          ไม่นานนัก...ผมก็มาหยุดที่บ้านพักสีขาวของท่านทั้งสองมาคราวนี้ผมหวังอยู่ในใจลึกๆ .

ว่าคุณลุงกับคุณป้าคงจะช่วยอะไรผมได้ด้วยการถ่ายทอดตำนานรักของท่านให้พวกเราได้รับรู้
ผ่านเยื่อไม้สะอาดตาสัก 2-3 แผ่น
          "ลุงกับป้า อย่าลืมเขียนนะครับ อาทิตย์หน้าผมจะแวะมารับ" ผมพูดอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ชักแม่น้ำทั้งห้าจนนได้ในสิ่งที่ต้องการ

          สัปดาห์ต่อมา ผมกลับไปที่นั่นอีกครั้งตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้
          "ป้าลืมซะสนิทเลย ยังไม่ได้เขียนให้เลยลูกเอ๊ย" คุณป้ากล่าวอย่างง่ายๆ ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกตกใจเล็กน้อย
          "ถ้างั้นเอาอย่างนี้ได้ไหมล่ะ" แล้วคุณป้าก็เล่าเรื่องราวของท่านให้ผมฟังโดยที่มีคุ ณลุงนั่งกุมมืออยู่ข้างๆ

          ฉันและสามีอยู่กินกันมาร่วม 30 กว่าปีแล้ว เราทั้งคู่กำลังล่วงเข้าสู่วัยที่เรียกว่า "
บั้นปลายของชีวิต" เราทั้งสองคนเกษียณเป็นข้าราชการบำนาญ เราทั้งสอง...ต่างดำรงชีวิตด้วยความเรียบง่ายไม่ฟุ้งเฟ้อ ด้วยกิจการร้านเบเกอรี่เล็กๆ ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่น

          แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น... สามีของฉันที่สุขภาพแข็งแรงมาตลอด กลับกลายเป็นอัมพาตในชั่วข้ามคืน เขาต้องกลายเป็นคนพิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แม้แ ต่น้อย

          เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุดในชีวิต
          ที่เราทั้งสองเคยเจอกันมา...


          ถึงแม้สามีจะตกอยู่ในสภาพแบบนี้ แต่ฉันก็ยังคอยดูแลอยู่ไม่ห่างคอยให้กำลังใจ 
ปรนนิบัติเป็นอย่างดี ด้วยเพราะความรักที่เราร่วมสร้างกันมากว่าครึ่งค่อนชีวิต

          และนับตั้งแต่สามีได้ล้มป่วยลง ฉันก็หันมาดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น เริ่มเอาใจใส่เรื่องอาหารการกิน หันไปทานอาหารเพื่อสุขภาพ ทานอาหารเสริม และยาบำรุงอีกหลายขนาน พอตกเย็นก็จะไปออกกำลังกายที่ชมรมแอโรบิกในหมู่บ้านทุกวัน
          เพื่อนๆ ที่สนิทกัน ต่างก็เห็นดีเห็นงามด้วยที่ฉันหันมาเอาใจใส่ดูแลตัวเองมากขึ้น


                 "อืมม...ดีแล้วล่ะ ที่หันมาออกกำลังกาย
                 จะได้ไม่เป็นแบบสามีของเธอ"

          ญาติๆ ของฉันก็บอกในทำนองเดียวกัน
          "ระวังตัวเองไว้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องล้มหมอนนอนเสื่อแบบคนที่บ้านเธอ"
          คนรอบข้างหลายคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกัน หลายคนยังชวนให้ฉันไปวิ่งตามสวนสาธารณะต่างๆ ในตอนเช้า อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่สามีของฉันที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงก็ยังเห็นดีด้วย
          "ดีแล้วที่คุณหันมาออกกำลังกาย คุณจะสุขภาพดีไม่ต้องมีสภาพเหมือนผมตอนนี้"
          ฉันยิ้มขณะที่ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ เช็ดตัวให้เขาอยู่

          "ไม่ใช่หรอก ฉันไม่ได้กลัวจะเป็นเหมือนคุณ แต่กลัวว่าถ้าฉันเกิดไม่สบายไปอีกคน ใครจะดูแลคุณล่ะ"
            แม้โรคร้ายจะส่งผลให้ร่างกายของคุณลุงแดง
           ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้


           . . . แต่ . . .


          มันไม่สามารถส่งผล
          ยับยั้งหยดน้ำตาแห่ง ‘ความรัก’
          ได้แม้แต่น้อย . . .


          ขณะที่ป้าน้อยกำลังเล่าเรื่องให้ผมฟัง
          ผมสังเกตเห็นลุงแดง บีบมือป้าน้อยแน่นขึ้น แน่นขึ้น
          คล้ายๆกับจะบอกให้ป้าน้อยรู้ว่า
“ขอบคุณเหลือเกิน...คนดี”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น