เดินทางท่องเที่ยวไปทุกที่...ตามใจปราถนา
สายลมมีนิสัยอารมณ์ร้อนขี้โมโห
หากรู้สึกไม่พอใจใครขึ้นมา
ก็จะแสดงอานุภาพทำลายล้างจนหมดสิ้น
โชคชะตาได้นำพาให้สายลมได้มาพบกับ "ภูเขาผู้รักสันติ" ครั้งแรกที่พบหน้ากัน สายลมไม่ถูกชะตากับภูเขาเอาซะเลย ทั้งๆ ที่ภูเขาวางตัวอย่างสงบ ไม่รู้ล่ะ...สายลมพาลเอาซะดื้อๆ
"เจ้าภูเขาลูกนี้ ดูเกะกะรกหูรกตาจริงๆ พัดพาให้มันพังทลายไปเลยดีกว่า!!"" ว่าแล้วสายลมจอมอันธพาลก็ก่อตัวขึ้นเป็นพายุที่เกรี้ยวกราดเข้าปะทะกับภูเขา หมายจะพัดให้ภูเขาลูกนี้สูญสลายหายไป
แต่มวลสารของภูเขามิได้ก่อตัวขึ้นอย่างเปราะบาง ไฉนเลยจะถูกพัดเสียหายได้ แม้สายลมจะรงบรงมกำลังเข้าปะทะเพียงใด ภูเขาลูกนั้นก็ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ในที่สุดสายลมก้อ่อนแรงเลิกราไปเอง
"เหตุใดเจ้าถึงมิเกรงกลัวต่ออำนาจและพละกำลังของข้า"
สายลมอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามภูเขา
"ที่้เราสามรถต้านกำลังของท่านได้ มิใช่ความเก่งกาจ หากแต่เพราะมีสหายรักมากมาย ที่คอยให้ความช่วยเหลือร่วมทุกขืร่วมสุขกัน"
"ใครคือสหายของเจ้า?" สายลมเอ่ยถาม ภูเขาก็ชี้ให้ดู
"ก็บรรดาต้นไม้ หิน ดิน ทราย นี่ไงที่เป็นสหายรักคอยเอื้อเฟื้อ พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน"
"แค่มีสหายอยู่ข้างกาย ก็สามารถยืนหยัดต้านทานลมพายุที่มีกำลังมหาศาลอย่างข้าได้เชียวหรือ?"
นึกแล้วสายลมรู้สึกทึ่ง และเปล่าเปลี่ยวใจไปพร้อมๆ กัน เพราะความดุดันเกรี้ยวกราดของเขา ทำให้ต้องอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีใครคบหามานานแสนนานแล้ว
ในเมื่อพลังของมิตรสหาย
มีพลานุภาพยิ่งกว่าอำนาจทำลายล้างทั้งมวล
ฉะนั้นเราก็ควรจะคบหากับผู้อื่นเสียบ้าง
สายลมตระหนักถึงพลังที่แท้จริงของคำว่า
มิ ต ร ภ า พ .......
"เจ้ารับข้าเป็นสหายด้วยจะได้หรือไม่?"
สายลมเอ่ยปากขอร่วมเป็นมิตรสหายด้วย วึ่งภูเขาก็ยินดียิ่ง
"มิตรภาพหาใช่สิ่งที่จะต้องมาจำกัด เหตุใดจะมิได้เล่า ยินดีต้อนรับ สหายใหม่ของเรา"
นับตั้งแต่วันนั้น
สายลมก็ละลายพฤติกรรมอันก้าวร้าวของตนเอง
แปรเปลี่ยนเป็นสายลมแผ่วเบา
พัดพาแต่ความเย็นสบายไปให้ผู้อื่น
และอยู่ร่วมกับมิตรสหายของเขาด้วยความสุข