วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ของขวัญวันเกิด

และแล้ว วันทีผมรอคอยก็มา 1 ปีเต็มๆ ก็มาถึงจนได้ วันที่ 6 ตุลาคม เป็นวันเกิดของผม

วันนี้ ผมถูกคุณแม่ปลุกให้ตื่นนอนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี
คุณแม่ผู้แสนดีเตรียมของตักบาตรให้แต่เช้า มีดอกไม้ธูปเทียน ข้าวสวย กับข้าวสองอย่าง และขนมหวาน
พระสงฆ์เข้ามารับบาตรทีละรูป ทีละรูป เสียงสวดมนต์ให้พรดังขึ้น ผมหลับตาปี๋ คิดว่าวันนี้คงได้บุญมาเพียบแน่เลย

เช้านี้ผ่านไปแล้ว
ถึงตอนเย็นช่วงที่ผมเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

ขนมเค้กชิ้นโตและของขวัญวันเกิดกำลังรอผมอยู่
ปีนี้คุณแม่จะให้ของขวัญอะไรกับผมนะ
เคยบอกไปหลายครั้งว่าอยากได้จักรยาน กับรองเท้ากีฬา
แต่ระหว่างสองอย่างนี้คุณแม่จะซื้ออะไรให้น๊า
. . . . . . ตื่นเต้นจังเลย


ในที่สุดเค้กช๊อคโกแลตชิ้นใหญ่พร้อมเทียนว่างไสว
ก็ถูกยกมา ผมเองยิ้มแก้มปริ
คุณแม่ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้ผม
ผมอธิษฐานอยู่พักนึงแล้วเป่าเทียน  
ฟู่ววว. . . . . 


คุณแม่หยิบสมุดกับดินสอส่งให้ผม
ผมสงสัยเล็กน้อย “นี่อะไรหรอแม่ ?”
“ของขวัญวันเกิดไงลูกจ๊ะ”
“อ้าว ทำไมแม่ไม่ซื้อจักรยาน หรือรองเท้ากีฬาเป็นของขวัญเหมือนที่ลูกอยากได้ล่ะ”
เสียงผมเริ่มสั้นเครือ น้ำตาเริ่มซึม คิดถึงของที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะได้


“ ที่แม่ซื้อสมุดกับดินสอให้ก็เพราะอยากให้ลูกเรียนเก่งๆ โตขึ้นไปลูกจะได้มีเงินซื้อของทุกอย่างที่ลูกอยากได้ไงล่ะ
คุณแม่พูดพร้อมกับลูบหัวของผมอย่างเอ็นดู

ทุกวันนี้ แม้ผมจะทำสมุดเล่มนั้นหายไปนานแล้ว
แต่ผมยังคงใช้ดินสอที่แม่ให้มา
เขียนหนังสือ และแต่งเพลงที่ตัวเองรัก
จริงๆนะ มันเหมือนกับที่ใครหลายคนบอกไว้จริงๆ
ของบางอย่าง เรื่องบางเรื่อง คนบางคน
ต้องใช้ ‘เวลา’ เป็นเครื่องพิสูจน์

สำหรับความรักของพ่อแม่ก็เหมือนกัน
ผมคิดว่าเราคงประมาณไม่ถูกหรอกว่า
“ท่านรักเรามากเพียงใด”
จนกว่าจะถึงวันที่เรา ได้เป็นพ่อแม่ของใครสักคนนั่นแหละ

แล้ววันนั้น
เราอาจรู้เสียทีว่า
ทำไมพ่อแม่จึงรักลูก.....มากกว่า..... .....ชีวิตของตัวเอง..... 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น